วันพฤหัสบดีที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

อุดรฯจัดเก็บภาษีได้เพิ่ม23ล้านบ.ขณะที่การท่องเที่ยวยังคึก

อุดรธานี -ราย ได้ภาคการเกษตรอุดรฯลดลงเหตุราคามันสำปะหลังตก
ขณะที่การท่องเที่ยวยังคึกคักนักท่องเที่ยวแห่ชมธรรมชาติภูฝอยลม
อย่างไรก็ตามยอดจัดเก็บรายได้ภาษีเพิ่มขึ้น
โดยเฉพาะการจัดเก็บค่าทำเนียมการโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินได้สูงขึ้นกว่าปีกลาย

น.ส.ลักขณา ศรีไตรรัตนรักษ คลัง จ.อุดรธานี เปิดเผยว่า
ภาวะเศรษฐกิจการคลังของ จ.อดรธานี ในรอบเดือนเมษายนที่ผ่านมา
ภาคการเกษตรมูลค่าการขายลดลงเมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันขอปีก่อน
โดยเฉพาะราคาัมันสำปะหลังลดลงร้อยะ 31.16
เนื่องจากปริมาณผลผลิตที่ออกสู่ตลาดมากเกินความต้องการ
รวมถึงผลกระทบจากปัญาภาวะเศรษฐกิจที่ถดถอยทั่วโลก ทำให้การส่งออกชะลอตัว

ด้านการท่องเที่ยว ขยายตัวโดยมีปริมาณนักท่องเที่ยวรวม 42,336 คน
เพิ่มขึ้นจากเดือนเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 37.48
โดยเฉพาะจำนวนนักท่องเที่ยวในโครงการท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์ภูฝอยลม
ซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่สวยงาม
ด้านจำนวนผู้โดยสารทางรถทัวร์เพิ่มขึ้นร้อยละ 35.98 รถไฟเพิ่มขึ้น 9.34

การบริโภคภาคเอกชน
ชะลอตัวลงโดยพิจารณาจากจำนวนภาษีมูลค่าเิ่พิ่มที่จัดเก็บได้ทั้งสิ้น
62.98 ล้านบาท ยอดจำหน่ายรถยนต์จดทะเบียนใหม่ จำนวน 296 คัน ลดลงร้อยละ
13.20 เนื่องจากปัญหาภาวะเศรษฐกิจทีชะลอตัว
และปัญหาความรุนแรงทางการเมือง
ส่งผลให้ประชาชนขาดความเชื่อมั่นในการบริโภค

ขณะที่ด้้านการเงิน เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน
โดยมีจำนวนสาขาธนาคารพาณิชย์ทั้งสิ้น 54 สาขา มีปริมาณงินฝากคงค้างประมาณ
40,721 ล้านบาท ชะลอตัวลงจากเดือนเดียวกันร้อละ 3.41
และมีปริมาณสินเชื่อคงค้างประมาณ 47,173 ล้านบาท
ชะลอตัวลงจากเดือนเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 5.45

ด้านธนาคารของรัฐบาล มีปริมาณเงินฝากคงค้างรวม 16,737.47 ล้นบาท
ชะลอตัวลงจากเดือนเดียวกันของปีก่อน 6.15
เนื่องจากภาวะอัตราดอกเบี้ยที่มีแนวโน้มลดลง จากการประกาศ
ลดอัตราดอกเบี้ยของนาคารแห่งประเทศไทย
ส่่งผลทำให้ไม่เกิดแรงจูงใจในการออมเงิน

ด้านปริมาณสินเชื่อคงค้างรวม 31,838,69 ล้านบาท
ชะลอตัวลงจากเดือนเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 1.92
และมีแนวโน้มชะลอตัวลงอย่างต่อเนื่อง
จากปัญหาวิกฤติทางเศรษฐิจและการเมือง
ส่งผลให้สถาบันการเงินมีความเข้มงวดและระมัดระวังในการปล่อยสินเชื่อเพิ่ม
ขึ้น เพื่อลดปัญหาการเกิดหนี้ NPLs

ด้านรายได้ จ.อุดรธนี จัดเก็บรายได้สุทธิ 183.46 ล้านบาท
สูงกว่าเดือนเดียวกันของปีก่อน 31.30 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 20.57
เนื่องจากสรรพากรจัดเก็บรายได้เพิ่มขึ้น 23.58 สรรพสามิตจัดเก็บเพิ่มขึ้น
29.85 และธนารักษ์จัดเก็บพิ่มขึ้น 25.61
โดยเฉพาะการจัดเก็บรายได้ในส่วนของภาษีธุรกิจเฉพาะของสรรพากรที่จัดเก็บได้
เพิ่มขึ้นมาก เนื่องจากมีการโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินรายใด้เพิ่ม

ชาวอุดรฯ เผลอเปิบเห็ดพิษหามส่งโรงหมอ 9 รายรวด

อุดรธานี - หน้าฝนเห็ดชุม ชาวบ้านเข้าป่าหาเห็ดมารับประทาน
หลายรายเผลอเปิบเห็ดพิษน้ำลายฟูมปากต้องหามส่งโรงหมอช่วยชีวิต
ล่าสุดชาวอุดรฯ 9 รายโชคร้ายเก็บเห็ดพิษทำอาหารค่ำ ตกดึกท้องร่วง
อาเจียนหามส่งโรงพยาบาลล้างท้องเป็นการด่วน

วันนี้ (26 พ.ค.)
ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่ามีผู้ป่วยบริโภคเห็ดพิษนอนรักษาตัวที่โรงพยาบาล
อุดรธานี จึงได้เดินทางไปที่โรงพยาบาล พบผู้ป่วยจำนวน 9
รายเข้ารักษาเนื่องจากกินเห็ดพิษ มีอาการอาเจียนและท้องเสียอย่างรุนแรง
ซึ่งแพทย์ได้ทำการรักษา ขณะนี้อาการปลอดภัยแล้ว

นพ.โกวิท ภัทนสุกาจญกุล กล่าวต่อว่า ขณะนี้ทุกคนมีอาการคงที่แล้ว
แต่ต้องให้พักฟื้นและให้ระบบร่างกายทำงานอย่างปกติเต็มที่
ก่อนให้ไปพักรักษาตัวที่บ้าน ซึ่งสามารถกินอาหารได้แล้วแต่ยังคงต้องดูแล
และให้น้ำเกลือแร่เสริมอยู่ พร้อมทั้งให้ดื่มน้ำมากๆ
เพื่อถ่ายเอาพิษต่างๆ ออกให้หมด เนื่องจากเห็ดดังกล่าวมีพิษทำลายระบบตับ
ทำให้ตับอักเสบ ระบบทางเดินอาหาร และมีผลต่อสมอง
และขอเตือนประชาชนอย่ากินเห็ดที่ขึ้น อยู่ตามป่าเขา
เพราะส่วนใหญ่มีพิษกินไม่ได้

ผู้ป่วยทั้งหมดมีเพียง นางระไว ล่ำสัน อายุ 31 ปี
อาการยังไม่ดีขึ้น ส่วนที่เหลืออาการเริ่มดีขึ้นเป็นระยะ
คาดว่าเย็นวันนี้คงกลับบ้านได้เกือบทั้งหมด
และขอเตือนในระยะนี้มีฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่อง
ทำให้เห็ดหลายชนิดผุดขึ้นมาจากดิน จำนวนนี้มีหลายชนิดที่ดูไม่ออกว่ามีพิษ
ดังนั้นหากไม่รู้จักก็ควรหลีกเลี่ยง ไม่นำมาประกอบอาหาร
เพราะอาจเป็นอันตรายถึงชีวิต

นายอ่าน สมวงษ์ อายุ 61 ปี กล่าวว่า เย็นวันที่ 25 พ.ค.ที่ผ่านมา
ตนได้ไปหาเห็ดเพื่อจะนำมาประกอบอาหารรับประทานกัน
และได้เก็บเห็ดมาหลายชนิด โดยได้นำเห็ดไปหนึ่งรับประทานกับน้ำพริก
กระทั่งเวลาประมาณ 20.30 น. ภรรยาและลูกเกิดอาการท้องเสีย คลื่นไส้
น้ำลายเหนียว และอาเจียนออกมา ตนจึงได้นำมาส่งที่โรงพยาบาล
ในขณะที่นั่งรอนั้นตนก็มีอาการเช่นเดียวกัน
จึงได้นอนรักษาตัวที่โรงพยาบาลเช่นเดียวกัน

สำหรับรายชื่อทั้ง 9 คน ประกอบด้วย นางระไว ล่ำสัน อายุ 31 ปี,
นางสมาน ล่ำสัน อายุ 56 ปี, นางหนูจันทร์ สีหานาวี อายุ 48 ปี,
นางรุ่งฟ้า สีหานาวี อายุ 39 ปี , นางแสวง คงนารา อายุ 50 ปี,
นายจีระศักดิ์ สนสายสิงห์ อายุ 22 ปี, นายอ่าน สมวงษ์ อายุ 61 ปี,
นายสุริยันต์ สีแสง อายุ 16 ปี และนายสุนทร สีแสง อายุ 60 ปี
ทั้งหมดเป็นราษฎร ตำบลเชียงยืน อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี

นพ.สัญชัย ปิยะพงษ์กุล นายแพทย์สาธารณสุขกล่าวว่า
มีข้อแนะนำในการบริโภคเห็ด คือ ก่อนรับประทาน
ควรนำเห็ดมาล้างผ่านน้ำหลายๆ ครั้งให้สะอาด การต้มเห็ดก่อนปรุง
แล้วเทน้ำทิ้ง ช่วยเจือจางพิษได้
ถ้าล้างน้ำสะอาดอีกครั้งหลังการต้มจะเจือจางพิษได้มากขึ้น
โดยเฉพาะเห็ดผึ้งปรุงให้สุกต้มให้นานมากกว่า 10 นาที จะปลอดภัยมากขึ้น
การย่าง ผัด เสี่ยงมากกว่าการต้มหรือแกง
เนื่องจากผ่านความร้อนในเวลาสั้นๆ และพิษไม่ถูกเจือจางด้วยน้ำ

นพ.สัญชัย กล่าวเพิ่มเติมว่า
ส่วนใหญ่มักพบผู้ป่วยอาหารเป็นพิษจากการบริโภคเห็ด ช่วงเดือน
พฤษภาคม-กรกฎาคมของทุกปี เนื่องจากมีเห็ดออกจำนวนมาก
ฉะนั้นควรเพิ่มความระมัดระวัง แม้จะเคยเก็บเห็ดดังกล่าวรับประทานทุกปี
ควรสังเกตสีครีม กระเปาะเห็ดทุกครั้ง ว่ามีความเปลี่ยนแปลงหรือไม่
สปอร์เห็ดในแต่ละปีอาจแตกต่าง และเป็นพิษได้

เห็ดที่พิษรุนแรง การต้ม ย่าง หรือผัด ไม่สามารถทำลายพิษได้
เพราะเป็นทอกซินที่ทนต่อความร้อน การเกิดพิษขึ้นกับปริมาณที่รับประทาน

สถิติผู้ป่วยปี 2549 พบ 133 ราย ปี 2550 พบ 92 ราย ปี 2551 พบ 180
ราย และปี 2552 จากต้นปีถึงปัจจุบัน พบผู้ป่วยแล้ว 48 ราย
จึงขอเตือนประชาชนระมัดระวังในการเลือกรับประทานเห็ด
และปฏิบัติตามคำแนะนำเพื่อความปลอดภัย

วันเสาร์ที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

อุดรฯ จับหัวหน้าส่วนราชการเข้าคอร์สลดอ้วน-ลงพุง

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์


อุดรธานี -
สสจ.อุดรธานีเปิดคอร์สลดภาวะอ้วนลงพุงให้แก่หัวหน้าส่วนราชการ
เผยหัวหน้าส่วนในอุดรฯ รอบเอวหนาเกินมาตรฐานกว่าร้อยละ 52
แนะเป็นผู้บริหารส่วนงานราชการต้องเป็นแบบอย่างด้านสุขอนามัยที่ดีแก่
ประชาชน

ที่ห้องประชุมโรงแรมนาข่ารีสอร์ท อ.เมืองอุดธานี นายธีระเดช
วงษ์าชธ์ รองผู้ว่ราชการ จ.อุดรธานี
เป็นประธานเปิดโครงการอบรมเข้าค่ายปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขาภาพหัวหน้าส่วน
ราชการใน จ.อุดรธานี

นายแพทย์สัญชัย ปิยะพษ์กุล นายแพทยสาธารณสุข จ.อุดรธานี กล่าวว่า
ภาวะอ้วนลงพุง ถือเป็นภัยเงียบที่คุกคามสุขภาพอนามัยของประชาชนที่มีแนวโน้มสูงขึ้น
จากหลักฐานทางการแพทย์พบว่า
คนที่อ้วนลงพุงจะเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจ และเบาหวาน

จากการสำรวจของกระทรวงสาธารณสุข ปี 2550 พบว่า
อัตราการเจ็บป่วยโรคหัวใจสูงเป็นอันดับ 1 โดยมีอุบัติการณ์สูงถึง 451.45
ต่อแสนประชากร รองลงมาได้แก่โรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน และโรคมะเร็ง
และจากการสำรวจเมื่อเดือนมีนาคม 2552 พบว่าหัวหน้าส่วนราชการใน จ.อุดรธนี
มีรอบเอวเกินมาตรฐานถึงร้อยละ 52 ซึ่งหัวหน้าส่วนราชการระดับจังหวัดนั้น
เป็นผู้นำของหน่วยงานที่จะเป็นแบบอย่างด้านสุขภาพแ่ก่ผู้ใต้บังคับบัญชาและ
ประชาชนทั่วไป ดังนั้น สำนักงานสาธารณสุข จ.อุดรธานี
จึงได้จัดทำโครงการอบรมเข้าค่ายปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพหัวหน้าส่วนราชการ
ระดับจังหวัดขึ้น

ทั้ง นี้
เพื่อสนับสนุนให้หัวหน้าส่วนราชการระดับได้มีโอาสปรับเปลี่ยนพฤติกรรมดูแล
สุขภาพเกี่ยวกับการบริโภคที่เน้นคุณค่าทางอาหาร การออกกำลังกาย
และการจัดการสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อการมีพฤติกรรมสุขภาพที่ดี
และลดปัจัยเสี่ยงทางสุขภาพไ้ด้อย่างถูกต้องเหมาะสมมากขึ้นต่อไป
โดยจัดการอบรมเป็น 2 รุ่นๆ ละ 30 คน

วันพฤหัสบดีที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

"หมวดเจี๊ยบ" โผล่เปิดตัวหนังสือที่อุดรฯ-หนีบนักข่าวเมืองผู้ดีสัมภาษณ์ "ขวัญชัย"

อุดรธานี - "หมวดเจี๊ยบ" ทำหน้าที่บริวาร "นช.แม้ว" เต็มตัว
ทิ้งงานประจำที่กองทัพบก ลุยเมืองอุดรฯ ถิ่นคนเสื้อแดง
เปิดตัวผลงานเขียนเล่มที่ 2 "ทักษิณ Are you O.K."
พร้อมพาสื่อนอกสัมภาษณ์ถ่อยนรก "ขวัญชัย"

วันนี้ (21 พ.ค.) เวลา 11.00 น.ที่ท่าอากาศยานจังหวัดอุดรธานี
นายขวัญชัย สาราคำ (ไพรพนา) ได้เดินทางไปต้อนรับ ร.ท.หญิง สุณิสา
เลิศภควัต นายทหารประจำสำนักงานเลขานุการกองทัพบก
และผู้สื่อข่าวจากประเทศอังกฤษ

จากนั้นได้เดินทางไปที่ สถานีวิทยุชมรมคนรักอุดร
เพื่อพบปะสมาชิกชมรมคนรักอุดรธานีและเปิดตัวหนังสื่อ ทักษิณ Are you
O.K.ซึ่งในการพูดคุยกันนั้น มี นายขวัญชัย สาราคำ
และดีเจของชมรมคนรักอุดร "หงส์ทองดาวอุดร" ร่วมพูดคุย
และถ่ายทอดสดผ่านทางสถานีวิทยุชมรมคนรักอุดร 97.50 เมกะเฮิรตซ์
โดยมีสมาชิกชมรมคนรักอุดรจำนวนกว่า 500 คน ร่วมให้การต้อนรับและรับฟัง

ร.ท.หญิง สุณิสา กล่าวกับสมาชิกชมรมคนรักอุดร ว่า หนังสือเล่มนี้
ตนได้เดินทางไปสัมภาษณ์ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ที่ต่างประเทศ
และโทรศัพท์สัมภาษณ์ โดยได้รวบรวมเป็นหนังสือเพื่ออัปเดตเรื่องราวของ
พ.ต.ท.ทักษิณ ซึ่งเป็นความต่อเนื่องจากหนังสือที่ชื่อ ทักษิณ Where are
you โดยหนังสือเล่มใหม่นี้
จะอธิบายชีวิตความเป็นอยู่หลังจากถูกปฏิเสธวีซ่าจากประเทศอังกฤษ

หลังจากได้พูดคุยเสร็จ ร.ท.หญิง สุณิสา ได้เดินพบปะสมาชิก
พร้อมแจกลายเซ็นให้กับสมาชิก และได้พานักข่าวต่างประเทศเข้าสัมภาษณ์
นายขวัญชัย เกี่ยวกับประเด็นความเป็นมาการจัดตั้งชมรมคนรักอุดร
แนวทางในการต่อต้านกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย
และทำไมคนอุดรถึงรักทักษิณ

หลังจากที่เข้าสัมภาษณ์นายขวัญชัยแล้ว
ผู้สื่อข่าวได้เข้าไปสอบถามหมวดเจี๊ยบ ว่า มาครั้งนี้รู้สึกอย่างไร
หมวดเจี๊ยบ กล่าวเพียงสั้นๆ ว่า การมาครั้งนี้ก็ไม่คิดว่าจะมา
แต่ถ้ารู้ว่าการมาที่อุดรครั้งนี้ จะมีคนเสื้อแดงมาต้อนรับเยอะขนาดนี้
จะแต่งตัวให้สวยกว่านี้

คนขับสกายแล็ปรับจ้างเมืองอุดรฯต้านแท็กซี่มิเตอร์ หวั่นแย่งผู้โดยสารกระทบรายได้

อุดรธานี -กลุ่มคนขับรถสกายแล็ปรับ จ้างเมืองอุดรฯ
ออกโรงต้านรถแท็กซี่มิเตอร์ รอบสอง
หลังทราบได้มีการอนุญาตให้แท็กซีมิเตอร์วิ่งบริการผู้โดยสารได้ทั่วเมือง
โอดกระทบหนักแน่ เฉพาะสกายแล็ปวิ่งแข่งกันร่วม 3,000 คันไม่รวม
จยย.รับจ้างอีกกว่า 300 คัน

วันนี้ (20 พ.ค.) ที่ หน้าศาลากลางจังหวัดอุดรธานี
กลุ่มคนขับรถสกายแล็ป และรถจักรยานยนต์รับจ้างกว่า 50 คัน
ได้รวมตัวกันประทวง และเพื่อทำการยื่นหนังสือเรียกร้องต่อผู้ว่าราชการ
จ.อุดรธานี ค้านไม่ให้มีรถแท็กซี่มิเตอร์
มาวิ่งรับผู้โดยในจังหวัดอุดรธานี

นายทองพูน ลักษณะศรี ประธานกลุ่มรถสามล้อเครื่องรับจ้าง และ
รถจักรยานยนต์รับจ้างประจำสถานีขนส่งแห่งที่ 1 จังหวัดอุดรธานี
ได้นำหนังสือที่มีการลงรายชื่อบรรดากลุ่มคนขับ รถสกายแล็ป
และรถจักรยานยนต์รับจ้าง ในการคัดค้านนำรถแท็กซี่มิเตอร์
มาให้บริการในเขตจังหวัดอุดรธานี โดยมี นายกริชเพชร ศรีปาน
รองผู้ว่าราชการ จ.อุดรธานี ได้เดินทางมารับหนังสื่อร้องเรียน

นายทองพูน เปิดเผยว่า
ตนและผู้ประกอบการรถรับจ้างได้รับความเดือดร้อนในเรื่องนี้
ซึ่งปัจจุบันรายได้ของพวกตนและสมาชิก
ยังไม่พอเลี้ยงปากท้องในการเลี้ยงครอบครัว
ซึ่งในภาวะเศรษฐกิจปัจจุบันพวกเราเองได้ยึดอาชีพนี้เป็นอาชีพหลัก
หากมีรถแท็กซี่มาวิ่งในจังหวัดอุดรธานีประจำ รายได้ก็ต้องลดลง
ส่วนใหญ่ผู้ประกอบอาชีพนี้พื้นฐานการศึกษามีความรู้แค่ชั้นประถมศึกษาปีที่
6 เท่านั้น และขาดความเชี่ยวชาญด้านอื่น

ดังนั้น จึงได้นำหนังสือเรียกร้องคัดค้นการมีรถแท็กซี่มิเตอร์
ต่อท่านผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี
เพื่อพิจารณาให้ความช่วยเหลือในเรื่องนี้ไว้ด้วย
ขณะนี้รถสามล้อเครื่องหรือ สกายแล็ป ได้ให้บริการในเขตเทศบาลนครอุดรธานี
ไม่ต่ำกว่า 3,000 คัน และรถจักรยานยนต์รับจ้าง
จะมีตามสถานที่สำคัญไม่ต่ำกว่า 300 คัน

ด้าน นายอิทธิพล ตรีวัฒน์สุวรรณ นายกเทศมนตรีเทศบาลนครอุดรธานี
เปิดเผยว่า เทศบาล ได้กำหนดให้รถสามล้อเครื่อง หรือสกายแล็ป
สามารถวิ่งเข้ามารับส่งผู้โดยสารได้ในเขตของสถานีขนส่ง
ซึ่งทางเทศบาลได้จัดที่จอดรถไว้ให้สำหรับรถสามล้อเครื่องอยู่แล้ว
ในส่วนเรื่องของรถแท๊กซี่
เทศบาลนครอุดรธานียังไม่อนุญาตให้นำรถมาจอดภายในสถานีขนส่ง
ในส่วนการวิ่งให้บริการของรถแท็กซี่ เทศบาลก็ไม่มีอำนาจในการสั่งห้าม
ต้องขึ้นอยู่กับสำนักงานขนส่งจังหวัดอุดรธานี

ตอนนี้อยู่ระหว่างดำเนินการทำโครงการขึ้นมาว่าจะให้เข้ามาจอดได้หรือ
ไม่ เบื้องต้นได้กำหนดให้มี รถแท็กซี่มิเตอร์ และ รถแท็กซี่ป้ายดำ
อย่างละ 5 คัน ส่วนรถสกายแล็ป หรือรถสามล้อเครื่อง สามารถจอดได้จำนวน 30
คัน

นายอิทธิพล กล่าวต่อว่า
ตอนนี้ได้เตรียมประชุมในรูปแบบคณะกรรมจังหวัด
โดยจะมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องประกอบด้วย ทางจังหวัดอุดรธานี,
เทศบาลนครอุดรธานี, ขนส่งจังหวัดอุดรธานี และสถานีตำรวจภูธรเมืองอุดรธานี
ซึ่งจะทราบผลไม่เกินอีก ไม่เกิน 2 สัปดาห์

สำหรับการใช้บริการนั้น ผู้โดยสารจะเลือกว่าต้องการใช้บริการแบบใด
รถแท็กซี่ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่ง

เมื่อผู้สื่อข่าวได้สอบถามไปยังสำนักงานขนส่งจังหวัดอุดรธานี
ทางขนส่งได้เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้มีบริษัท แท็กซี่อุดรกรุ๊ป
มาจดทะเทียนขออนุญาตไว้แล้ว
และทางขนส่งก็ได้อนุญาตให้ทำการประกอบกิจการได้ โดยเป็นรถแท็กซี่มิเตอร์
จำนวน 3 คัน ซึ่งได้จดทะเบียนไว้ตั้งแต่วันที่ 23 ธ.ค.2551 ที่ผ่านมา
ซึ่งได้จอดอยู่บริเวณหน้า บขส.

"ทั้งนี้ มีข้อสังเกตได้ว่า ผู้ที่เสียผลประโยชน์ครั้งนี้คงไม่ใช่
กลุ่มคนขับรถสกายแล็ป และรถจักรยานยนต์รับจ้าง
น่าจะเป็นนายทุนที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับรถรับจ้างดังกล่าว"

วันพุธที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

อุดรฯ รุกหนุนโครงการผลิตข้าวเหนียวหอมเพิ่มมูลค่าข้าวเหนียว

อุดรธานี - จังหวัดอุดรฯ รุกโครงการผลิตข้าวเหนียวหอม
หวังสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลผลิตของเกษตรกรผู้ปลูก
เผยได้รับงบดำเนินการกว่า30 ล้านบาท
เพื่อสร้างความมั่นคงด้านดอาหารและการแปรรูป

เมื่อเร็วๆ นี้ที่ห้องคอนเวนชั่นฮอลล์ ชั้น 4 โรงแรมเจริญศรี
แกรนด์รอยัล นายอำนาจ ผการัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี
เป็นประธานเปิดโครงการผลิตข้าวเหนียวหอมเพื่อความมั่นคงด้านอาหารและการแปร
รูป ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2552

นายปวิต ถมยาวิทย์ เกษตรและสหกรณ์จังหวัดอุดรธานี
กล่าวถึงการจัดงานครั้งนี้ว่าเพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์ผลิตข้าวเหนียวหอม
เพื่อความมั่นคงด้านอาหารและการแปรรูปให้ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องได้รับทราบ
ถึงรายละเอียดในการดำเนินงานแต่ละกิจกรรมของโครงการ
โดยได้มีการจัดกิจกรรมเพื่อเผยแพร่ความรู้ให้แก่ผู้มาร่วมงานในรูปแบบต่างๆ
ซึ่งจะมีส่วนช่วยในการขับเคลื่อนโครงการนี้ให้ดำเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพ
เกิดประโยชน์ต่อครัวเรือนเกษตรกรและเป็นผลดีต่อภาพรวมของจังหวัดอุดรธานี

โครงการผลิตข้าวเหนียวหอมเพื่อความมั่นคงด้านอาหารและการปรรูป
ได้รับงบประมาณในปีงบประมาณ พ.ศ.2552 เป็นเงิน 33,845,000 บาท
จากงบประมาณตามประเด็นยุทธศาสตร์เกษตรที่ได้รับจัดสรรทั้งหมด จำนวน
88,056,523 บาท ซึ่งมีหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในจังหวัดหลายหน่วยงานร่วมกัน
ทำงานแบบบูรณาการ

ภายในงานได้มีกิจกรรมที่สำคัญของโครงการ เช่น
กิจกรรมการพัฒนาแหล่งน้ำ กิจกรรมปรับปรุงบำรุงดิน
กิจกรรมเพิ่มศักยภาพโรงปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพ
กิจกรรมวิจัยและควบควมพันธุ์ข้าวเหนียวหอมพื้นเมือง
กิจกรรมถ่ายทอดเทคโนโลยี่สู่เกษตรกรและใก้การอบบรม
กิจกรรมสนับสนุนเมล็ดพันธ์ข้าว กข 6
กิจกรรมเชื่อมโยงการผลิดตการแปรรูปและการตลาด

สำหรับเป้าหมายของโครงการเพื่อต้องการเพิ่มผลผลิตต่อไร่
และสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ข้าวเหนียวหอมให้สูงขึ้นเพื่อให้จังหวัดอุดรธานี
เป็นศูนย์กลางในการผลิตข้าวเหนียวหอมของกลุ่มจังหวัดและภูมิภาค
โดยจะต้องมีการพัฒนาขบวนการผลิตตั้งแต่ไร่นาจนถึงโต๊ะอาหาร
เพื่อให้ผลผลิตได้มาตรฐานและปลอดภัย เน้นพัฒนาด้านการแปรรูป
การบรรจุภัณฑ์ เพื่อให้สินค้าเป็นที่ต้องการของตลาดอย่างแพร่หลาย
ตลอดจนการหาแหล่งรับซื้อสินค้าที่แน่นอน

การจัดงานนี้มีผู้เข้าร่วมงานทั้งหมด จำนวน 700 ราย ประกอบด้วย
เกษตรกรผู้ปลูกข้าวเหนียว 500 ราย
เจ้าหน้าที่จากหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในระดับจังหวัดและรับ
อำเภอ จำนวน 138 ราย จากหน่วยงานในระดับจังหวัดที่เกี่ยวข้องจำนวน 8 ราย
จากส่วนท้องถิ่นในระดับจังหวัดและรับอำเภอ จำนวน 43 ราย จากภาคเอกชนจำนวน
11 ราย

วันอังคารที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

พันธมิตรฯอุดรธานีเห็นด้วยต้องตั้งพรรค-ยันร่วมกิจกรรมครบรอบ 1 ปีแห่งการต่อสู้

อุดรธานี - พี่น้องพันธมิตรฯอุดรธานี กว่าครึ่งพัน
ร่วมต้อนรับและรับความรู้การเมืองใหม่จาก "สมศักดิ์" และ "อ.ปราโมทย์"
กันอย่างคึกคัก เผย
พี่น้องพันธมิตรฯอุดรธานีส่วนใหญ่เห็นด้วยต้องตั้งพรรคพันธมิตรฯ
พร้อมส่งตัวแทน 10 คนร่วมประชุม และจัดรถบัสเหมาลำเข้าร่วมงานรำลึกครบ 1
ปี 193 วันแห่งการต่อสู้ที่ม.ธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต 24 พ.ค.แน่

ค่ำวันที่ 17 พฤษภาคม ที่ผ่านมา พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย
จังหวัดอุดรธานี จัดกิจกรรมงาน 193 วัน รำลึกครบรอบ 1 ปี
พันธมิตรฯทำไมต้องตั้งพรรคการเมืองขึ้น โดยมีพันธมิตรฯ จ.อุดรธานี
จ.หนองคาย และ จ.เลย เข้าร่วมกิจกรรมกันอย่างคึกคักมากกว่า 500 คน ณ
โรงแรมนภาลัย อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี
ภายในงานมีตั้งกล่องรับบริจาคช่วยเหลือ ASTV และเป็นทุนพันธมิตรสู้คดี
พร้อมกับมีแม่ยกพันมิตรนำอาหาร เครื่องดื่ม มาให้บริการผู้มาร่วมงาน

สำหรับวัตถุประสงค์ของการจัดงานครั้งนี้
เพื่อเป็นร่วมรับฟังความคิดเห็นของพันธมิตรฯจ.อุดรธานี
และจังหวัดใกล้เคียง เกี่ยวกับเรื่องการจัดตั้งพรรคการเมือง
และเป็นการพบปะสมาชิกพันธมิตรฯก่อนเดินทางไปร่วมงาน 193 วันรำลึกครบรอบ 1
ปีแห่งการต่อสู้ของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย
ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต 24-25 พฤษภาคมนี้

ในเวลาประมาณ 19.00 น.นายสมศักดิ์ โกศัยสุข 1 ใน 5 แกนนำพันธมิตรฯ
พร้อมด้วยนายปราโมทย์ นาครทรรพ เดินทางมาถึงสถานที่จัดงาน
และได้รับการต้อนรับจากบรรดาพี่น้องพันธมิตรฯ ต่างปรบมือ
และสะบัดมือตบต้อนรับอย่างอบอุ่น ต่างขอถ่ายรูปกับวิทยากรทั้ง 2
คนอย่างเป็นกันเอง จากนั้น นายปราโมทย์ นาครทรรพ, นายสมศักดิ์ โกศัยสุข
ได้บรรยายพิเศษเกี่ยวกับเรื่องการเมืองใหม่
และที่สำคัญในประเด็นทำไมพันธมิตรฯต้องตั้งพรรคการเมือง

สำหรับข้อสรุปในที่ประชุม พันธมิตรฯอุดรธานี
มีมติเห็นด้วยในการจัดตั้งพรรคการเมือง
โดยได้ส่งตัวแทนที่พี่น้องพันธมิตรฯ ได้คัดเลือกเอาไว้แล้วจำนวน 10 คน
เข้าไปร่วมทำการชี้แจงในเวทีประชุมร่วมกับแกนนำพันธมิตรฯ
และพี่น้องพันธมิตรฯจากทั่วประเทศ ที่หอประชุมมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
ศูนย์รังสิตในวันที่ 24 พฤษภาคม 2552

ขณะเดียวกัน พี่น้องพันธมิตรฯในพื้นที่ จ.อุดรธานี และ
จ.ใกล้เคียง ต่างยืนยันเป็นเสียงเดียวกันว่า
พร้อมจะเดินทางเข้าไปร่วมกิจกรรม งานรำลึก 193 วัน ครบรอบ 1
ปีแห่งการต่อสู้ของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย
ด้วยรถโดยสารเช่าเหมาลำหลายคัน ในวันที่ 25 พฤษภาคม ณ
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต

นายณัฐกฤษณ์ เศวตวรานนท์ ผู้ประสานงานพันธมิตรฯ จ.อุดรธานี
ให้ความเห็นถึงการจัดตั้งพรรคการเมืองของพี่น้องพันธมิตรฯ ว่า
การจัดตั้งพรรคการเมืองนั้นเป็นสิ่งที่ดี เป็นอีกทางเลือกหนึ่ง
ทำให้ประชาชนธรรมดามีสิทธิที่จะแสดงความคิดเห็น
การมีส่วนร่วมทางด้านการเมืองเพิ่มมากขึ้น
และการที่พรรคพันธมิตรฯจัดตั้งขึ้นหรือในนามพรรคอะไรก็ตาม เชื่อว่า
จะเป็นทางเลือกอีกทางเลือกหนึ่ง
ที่จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงไปสู่การเมืองใหม่ ที่พันธมิตรฯ
วางเป้าหมายสูงสุดไว้ร่วมกัน


http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9520000055431

วันจันทร์ที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

ป้องกันไข้หวัดสายพันธ์ใหม่ด้วยสุขบัญญัติ

---------------

ป้องกันไข้หวัดสายพันธ์ใหม่ด้วยสุขบัญญัติ

from MOPH-ข่าวภูมิภาค by สำนักสารนิเทศ

นาย แพทย์สัญชัย ปิยะพงษ์กุล นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดอุดรธานี กล่าวว่า
การปฏิบัติตามสุขบัญญัติแห่งชาติ
ถือเป็นแนวทางในการสร้างพฤติกรรมที่เหมาะสม และเป็นรูปธรรม การล้างมือ
เป็นพฤติกรรมสำคัญที่ช่วยในการป้องกันโรค การป้องกันการระบาดของ
ไข้หวัดใหญ่ สายพันธ์ใหม่ H1N1
สามารถทำได้โดยการมีพฤติกรรมสุขภาพที่ถูกต้องตามหลักสุขบัญญัติแห่งชาติ
โดยเน้นการล้างมือให้สะอาดก่อนกินอาหารหลังการขับถ่าย
หลังหยิบจับสิ่งสกปรกหรือหลังจากสัมผัสผู้ป่วย
เพื่อเป็นการลดการปนเปื้อนของสิ่งสกปรกที่ติดมากับมือ
การล้างมือเป็นสิ่งสำคัญที่ปฏิบัติได้ง่าย
และจำเป็นต้องปฏิบัติจนเป็นนิสัย ตลอดจนการกินอาหารที่สุก สะอาด
และการปลูกฝังให้ประชาชนตระหนักในการดูแลสุขภาพของคนในครอบครัวและชุมชน
ให้มีพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์ในการป้องกันโรค
และส่งเสริมประชาชนปฏิบัติตามสุขบัญญัติ
จนเกิดเป็นพฤติกรรมที่ถูกต้องจนเป็นนิสัย และเป็นวิถีชีวิตประจำวัน
ซึ่งจะนำไปสู่สังคมที่สุขภาพดี
นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดอุดรธานีกล่าวเพิ่มเติมว่า
ในปัจจุบันการระบาดของเชื้อไข้หวัด ใหญ่สายพันธ์ใหม่ H1N1 ในภูมิภาคต่าง
ๆ ของโลก ทำให้มี ผู้ติดเชื้อ และ ผู้เสียชีวิตเป็นจำนวนมาก และ
มีลักษณะที่แสดงให้เห็นว่า มีการติดต่อจากคนสู่คนอย่างชัดเจน
การดูแลสุขภาพให้แข็งแรง รับประทานอาหารสะอาด ถูกหลักอนามัย ใช้ช้อนกลาง
ปิดปากปิดจมูกเวลาไอ หรือจาม สวมหน้ากากอนามัยเมื่อเป็นหวัด และล้างมือ
ทุกครั้งหลัง สัมผัสสิ่งสกปรก ถือเป็นแนวทางสำคัญในการป้องกันโรค
"ปฏิบัติตามสุขบัญญัติ พิชิตโรค ไข้หวัดสายพันธ์ใหม่"


-------------
สวมหน้ากาก ใช้ช้อนกลาง ล้างมือ ช่วยป้องกันไข้หวัดสายพันธ์ใหม่

from MOPH-ข่าวภูมิภาค by สำนักสารนิเทศ

นาย แพทย์ สัญชัย ปิยะพงษ์กุล นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดอุดรธานี กล่าวว่า
จากสถานการณ์ การแพร่ระบาด ของโรคไข้หวัดสายพันธ์ใหม่ อินฟลูเอ็นซ่า A
[H1 N1] ที่มีรายงานการแพร่ระบาดในหลายประเทศ ทั่วโลกอยู่ในขณะนี้นั้น
เนื่องจาก โรคดังกล่าว ติดต่อ ทางน้ำมูก น้ำลาย และ
สามารถแพร่กระจายไปในอากาศได้โดยการไอหรือจาม หรือการสัมผัส น้ำมูก
น้ำลาย ผู้ป่วย เพื่อปลอดภัยจากโรคดังกล่าวและป้องกันไม่ให้เกิดการแพร่ระบาดของโรค
สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดอุดรธานี มีคำแนะนำเพื่อการดูแลสุขภาพดังนี้ 1 .
หากท่านมีอาการคล้ายไข้หวัดใหญ่ ไอ จาม มีน้ำมูก และโดยเฉพาะ
อย่างยิ่งหากท่านมีประวัติเดินทาง มาจากต่างประเทศ หรือติดต่อใกล้ชิด
ไปมาหาสู่ผู้เดินทางมาจากต่างประเทศในระยะนี้ ควรสวมหน้ากากอนามัย
เพื่อป้องกันการแพร่กระจายเชื้อและควรพบแพทย์เพื่อรับการตรวจวินิจฉัย 2.
ควรใช้ช้อนกลางในการรับประทานอาหารร่วมกัน ทั้งในครัวเรือน ในร้านอาหาร
แผงลอย และทุกครั้งที่รับประทานอาหารร่วมกับผู้อื่น
เพื่อป้องกันโรคติดต่อ ที่แพร่กระจาย ทางน้ำมูก น้ำลาย ไปสู่ผู้อื่น เช่น
วัณโรค ไข้หวัดใหญ่ ไข้หวัด และคางทูม โดยเฉพาะโรคไข้หวัดสายพันธ์ใหม่
อินฟลูเอ็นซ่า A [H1 N1] 3. ควรฝึกการล้างมือด้วย สบู่ และ น้ำสะอาด
จนเป็นนิสัย เพราะการล้างมือ เป็นพฤติกรรมสำคัญที่ช่วยในการป้องกันโรค
ต่างๆ และรวมถึงไข้หวัดสายพันธ์ใหม่ อินฟลูเอ็นซ่า A [H1 N1]
ที่เป็นปัญหาในปัจจุบัน ควรล้างมือให้สะอาดก่อนกินอาหารหลังการขับถ่าย
หลังหยิบจับสิ่งสกปรกหรือหลังจากสัมผัสผู้ป่วย
เพื่อเป็นการลดการปนเปื้อนของสิ่งสกปรกที่ติดมากับมือ
"สวมหน้ากากอนามัยเมื่อเป็นหวัด ใช้ช้อนกลางเมื่อรับประทานอาหาร
ล้างมือทุกครั้งหลังสัมผัสสิ่งสกปรก ปลอดโรค ปลอดภัย "

เตือนระวังชิคุนกุนยา

from MOPH-ข่าวภูมิภาค by สำนักสารนิเทศ
นาย แพทย์สัญชัย ปิยะพงษ์กุล นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดอุดรธานี กล่าวว่า
ด้วยปัจจุบันมีการระบาดของโรคชิคุนกุนยาแถบภาคใต้ของประเทศไทยซึ่งมีรายงาน
การพบผู้ป่วยแล้วเป็นจำนวนมาก เนื่องจาก
โรคชิคุนกุนยามีการระบาดได้อย่างรวดเร็วอีกทั้งประเทศไทยเคยมีการระบาดของ
โรคดังกล่าวมาแล้วหลายครั้ง ดังนั้น เพื่อเป็นการป้องกันโรคดังกล่าว
สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดอุดรธานี
จึงขอแนะนำโรคนี้แก่ประชาชนทั่วไปได้ทราบ ดังนี้ โรคชิคุนกุนยา
มียุงลายเป็นพาหะนำโรค เกิดได้ในทุกกลุ่มอายุ
อาการในเด็กมักไม่รุนแรงเท่าในผู้ใหญ่ อาการแสดงโดยทั่วไปที่พบ
ผู้ป่วยจะมีอาการไข้สูงอย่างฉับพลัน ร่วมกับอาการอย่างใดอย่างหนึ่ง เช่น
มีผื่นแดงขึ้นตามร่างกาย ปวดกล้ามเนื้อ ปวดกระดูกหรือข้อ ปวดศีรษะ
ปวดกระบอกตา หรือมีเลือดออกตามผิวหนัง และอาจมีอาการคันร่วมด้วย พบตาแดง
แต่ไม่ค่อยพบจุดเลือดออกในตาขาว
ซึ่งอาการที่เด่นชัดในผู้ใหญ่คืออาการปวดข้อ ซึ่งอาจพบข้ออักเสบได้
ส่วนใหญ่จะเป็นที่ข้อเล็กๆ เช่น ข้อมือ ข้อเท้า อาการปวดข้อจะพบได้หลายๆ
ข้อเปลี่ยนตำแหน่งไปเรื่อยๆ อาการจะรุนแรงมากจนบางครั้งขยับข้อไม่ได้ และ
อาการจะหายภายใน 1-12 สัปดาห์
ผู้ป่วยบางรายอาจมีอาการปวดข้อเกิดขึ้นได้อีกภายใน 2-3 สัปดาห์ต่อมา
และบางรายอาการปวดข้อจะอยู่ได้นานเป็นเดือนหรือเป็นปี
ไม่พบผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรงถึงช็อก
เมื่อยุงลายกัดและดูดเลือดผู้ป่วยที่อยู่ในระยะไข้สูง
ซึ่งเป็นระยะที่มีไวรัสอยู่ในกระแสเลือด
เชื้อไวรัสจะเข้าสู่กระเพาะยุงและเพิ่มจำนวนมากขึ้น
แล้วเดินทางเข้าสู่ต่อมน้ำลาย
เมื่อยุงไปกัดคนอื่นก็จะปล่อยเชื้อไปยังคนที่ถูกกัดทำให้คนนั้นเกิดอาการของ
โรคขึ้น โรคชิคุนกุนยาพบมากในฤดูฝน ปัจจุบันยังไม่มีวัคซีนป้องกัน
และการรักษาก็เป็นแบบประคับประคอง
วิธีป้องกันที่ดีที่สุดคือการกำจัดลูกน้ำยุงลายและทำลายแหล่งเพาะพันธ์ยุง
เป็นประจำอย่างสม่ำเสมอซึ่งยังสามารถป้องกันโรคต่างๆที่มาจากยุงได้หลายโรค
โดยเฉพาะโรคไข้เลือดออก ซึ่งเป็นโรคร้ายแรง
ที่มักมีการระบาดช่วงหน้าฝนเช่นกัน

เรียกประชุมผู้บริหารโรงพยาบาลทุกอำเภอในอุดรฯรับมือไข้หวัดใหญ่ 2009

อุดรธานี -สสจ.อุดรฯเรียกประชุมผู้บริหารโรงพยาบาล
หัวหน้าสถานีอนามัยและเจ้าหน้าที่สาธารณสุขทั่วทั้งจังหวัดประชุมวางมาตรการ
รับมือ การแพร่ระบาดไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่ เผยโอกาสเสี่ยงไม่น่าไว้วางใจ
เพราะมีสายการบินระหว่างประเทศในแถบเพื่อนบ้านบินตรงถึงอุดรฯ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ห้องประชุมร่มโพธิ์ทอง สำนักงานสาธารณสุข
จ.อุดรธานี นายแพทย์สัญชัย ปิยะพง์กุล นายแพทย์สาธารณสุข จ.อุดรธานี
ได้ประชุมผู้บริหารโงพยาบาล ทั้ง 20 โรงพยาบาลในจังหวัด
,หัวหน้าสถานีอนามัย และเจ้าหน้าที่สาธารณสุข
เพื่อเตรียมความพร้อมตอบโต้ภาวะฉุกเฉินจาการระบาดใหญ่ของโรคไ้ข้หวัดใหญ่สาย
พันธุ์ใหม่ ชนิด เอ (H1 N1) ที่ระบาดในประเทศเม็กซิโก

นายแพทย์สัญชัย กล่าวว่า เนื่องจาก จ.อุดรธานี
มีสายการบินระหว่างประเทศเพื่อนบ้าน คือสายการบินแห่งชาติลาว
บินตรงจากเมืองหลวงพระบางมายังสนามบินนานาชาติอุดรธานี
จึงจำเป็นที่จะต้องเตรียมความพร้อม
เพื่อตอบโต้ภาวะฉุกเฉินจากการระบาดใหญ่ของโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่

ดังนั้นจึงได้เรียกผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายที่เกี่ยวมาประชุม
เพื่อวางมาตรการป้องกันหากเกิดมีผู้ป่วยอาการต้องสสัย

นอกจากนั้นทางสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด
ยังได้ส่งผู้ชำนาญการด้านโรคระบาดไปประจำที่สนามบิน
ตรวจผู้โดยสารทุกคนที่เดินทางมาทั้งจากเมืองหลวงพระบางและกรุงเทพมหานคร
ซึ่งอาการของโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่
จะมีอาการใกล้เีคียงกับอาการโรคไข้หวัดใหญ่ที่พบตามปกติ

เช่น มีไข้สูง ปวดศรีะ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ ไอ เจ็บคอ
อาจมีอาเีจียน และท้องเสียร่วมด้วย ถ้าร่างกายแข็งแรงจะทุเลาภายใน 3-5
วัน แต่ถ้ามีร่างกายอ่อนแอ เช่น เด็กหรือผู้สูงอายุ หรือมีโรคประำจำตัว
อาทิ โรคภูมิแพ้ โรคเบาหวาน โรคหัวใจ
อาการจะรุนแรงขึ้นจนถึงขั้นปอดบวมอย่างรุนแรง ระบบหายใจล้มเลว
และเสียชีวิตในทันที

นายแพทย์สัญชัย กล่าวอีกว่า
มีวิธีการป้องกันด้วยการรักษาสุขภาพให้แข็งแรงอย่างง่าย คือ
การล้างมือบ่อยๆด้วยสบู่ให้สะอาดอยู่เสมอ
กินอาหารที่มีประโยชน์เน้นผักผลผลไม้ อาหารที่ปรุงสุกใหม่ๆ
ออกกำลังกายอย่างน้อยสัปดาห์ละ 3-5 วันๆละ 30 นาที

งดสูบุหรี่และสุรา หลีกเลี่ยงการไปในที่ชุมชนหรือสถานที่แออัด
อย่าใกล้ชิดกับผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่
หากพบว่า่มีผู้ป่วยที่มีอาการคล้ายโรคไข้หวัดใหญ่
ภายในบ้านหรือที่ำทำงานต้องรีบแจ้งให้เจ้าหน้าที่สาธารณสุขหรืออาสาสมัครสา
ธารสุขประจำหมู่บ้าน
ทั้งนี้เพื่อที่เจ้าหน้าที่จะได้เข้าไปดำเินินการป้องกันการแพร่ระบาดได้ทัน
ท่วงที

วันศุกร์ที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

ชี้เหตุปัญหาน้ำท่วมลุ่มน้ำโขงตอนบนเพราะปลูกสร้างมั่ว กีดขวางทางระบายน้ำโดยย่านชุมชนเมือง

อุดรธานี - กรมโยธาธิการและผังเมือง เปิดรับฟังความคิดเห็นประชาชน โครงการวางและจัดทำแผนนโยบาย มาตรการบรรเทาอุทกภัยลุ่มน้ำโขงตอนบน เผยเหตุปัญหาอุทกภัยลุ่มน้ำโขงตอนบน เกิดจากความไม่มีระเบียบของการใช้ประโยชน์ที่ดินและการตั้งถิ่นฐาน ซึ่งมีการขยายตัวอย่างมาก โดยเฉพาะในเขตเมืองย่านเศรษฐกิจ
       

       นายปรีชา รณรงค์ ผู้อำนวยการสำนักผังเมืองรวมและผังเมืองเฉพาะ กล่าวว่าสืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน 2549 คณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบแผนแม่บทบรรเทาผลกระทบจากอุทกภัยและภัยแล้ง เพื่อให้หน่วยงานที่กี่ยวข้องสามารถแก้ไขปัญหาอุทกภัยอย่างมีระบบ เนื่องจากปัญหาอุทกภัยมีแนวโน้มรุนแรงและสร้างความเสียหายต่อชีวิตและ ทรัพย์สินเป็นจำนวนมาก ในส่วนของกรมโยธาธิการและผังเมืองเกี่ยวข้องกับระบบป้องกันชุมชนและมาตรการ ทางผังเมือง และได้จัดทำแผนงานวางและจัดทำผังนโยบายโครงการและมาตรการบรรเทาอุทกภัยลุ่ม น้ำโขงตอนบน เพื่อเป็นเครื่องมือในการจัดระเบียบการตั้งถิ่นฐาน การประกอบกิจการ และการก่อสร้างอาคารให้มีความเหมาะสม
      
       สามารถบรรเทาอุทกภัยอย่างยั่งยืนด้วยมาตรการผังเมือง กำหนดการใช้ประโยชน์ที่ดินการประกอบกิจการให้สัมพันธ์กับข้อจำกัดของ ทรัพยากรน้ำในลุ่มน้ำ และเป็นกรอบให้ท้องถิ่นจัดทำโครงการป้องกันบรรเทาอุทกภัย ยกระดับและรื้อย้ายสิ่งกีดขวางทางน้ำ การก่อสร้างและปรับปรุงทางระบายน้ำหลัก การก่อสร้างทางลัดของน้ำ
      
       รวมทั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสามารถจัดทำแผนงานและโครงการป้องกัน น้ำท่วมอย่างเป็นระบบและสามารถใช้เป็นกรอบในการวางและปรับปรุงผังเมืองรวม ชุมชนเศรษฐกิจหลักที่มีผลกระทบจากน้ำท่วมบริเวณลุ่มน้ำโขงตอนบน เนื้อที่ 57,422 ตารางกิโลเมตร ปริมาณน้ำท่ารายปีเฉลี่ย 30,769 ล้านลูกบาศก์เมตร สถานการณ์อุทกภัยของลุ่มน้ำโขงตอนบนเป็นพื้นที่หนึ่งที่มีแนวโน้มอุทกภัย รุนแรง
      
       โดยเฉพาะในพื้นที่จังหวัดเลย อุดรธานี หนองคาย สกลนคร นครพนม และมุกดาหาร ซึ่งหมู่บ้านในพื้นที่ลุ่มน้ำโขงที่น้ำท่วมได้รับความเสียหายในระดับรุนแรง มีมากกว่า 994 หมู่บ้าน มีปัญหาน้ำท่วมขังมากกว่า 748 หมู่บ้าน
      
       ดัง นั้น เพื่อเป็นการส่งเสริมให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วม กรมโยธาธิการและผังเมือง จึงได้การจัดประชุมรับฟังความคิดเห็นของประชาชนครั้งที่ 1 ครั้งนี้ขึ้น เพื่อชี้แจงรายละเอียดแนวทางการแก้ไขปัญหาแก่ประชาชนและหน่วยงานที่เกี่ยว ข้อง รับฟังสภาพปัญหา ความคิดเห็นข้อเสนอแนะและข้อมูลที่เกี่ยวข้อง เพื่อน้ำไปประมวลผลให้การวางและจัดทำแผนผังนโยบายให้มีความเหมาะสมสามารถ บรรเทาอุทกภัยอย่างยั่งยืนด้วยมารการผังเมือง
       

       การประชุมในครั้งนี้ ผู้เข้าร่วมสัมมนาประกอบด้วย หน่วยงานภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ เอกชน ประชาชน องค์กรอิสระ นักศึกษา สื่อมวลชน ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่กรมโยธาธิการและผังเมือง ทั้งส่วนกลางและภูมิภาครวมทั้งสิ้นประมาณ 250 คน
      
       นายปรีชา เปิดเผยว่า ลุ่มน้ำโขงตอนบนเป็นลุ่มน้ำที่มีความสำคัญ มีแม่น้ำโขงเป็นลุ่มน้ำสายหลักมีพื้นที่ลุ่มน้ำ 57,424 ตารางกิโลเมตร ปริมาณน้ำท่ารายปีเฉลี่ยประมาณสามหมื่นล้านลูกบาศก์เมตร สาเหตุสำคัญของปัญหาอุทกภัยของลุ่มน้ำโขงตอนบน เกิดจากความไม่มีระเบียบของการใช้ประโยชน์ที่ดินและการตั้งถิ่นฐาน ซึ่งมีการขยายตัวอย่างมาก
      
       โดยเฉพาะเมืองและชุมชนพื้นที่เศรษฐกิจซึ่งตั้งอยู่บริเวณพื้นที่ราบ ลุ่ม ตลอดจนการก่อสร้างอาคารกีดขวางทางระบายน้ำและทางน้ำหลาก รวมทั้งการชะล้างพังทลายของดินในพื้นที่สูงและภูเขาไปทับถมในแหล่งน้ำสาขามี น้ำล้นตลิ่งหลากท่วมพื้นที่ชุมชน เป็นบริเวณกว้าง
      
       ในการสนับสนุนท้องถิ่นให้สามารถบริหารจัดการการใช้ประโยชน์ที่ดินและ ทรัพย์สิน เพื่อบรรเทาอุทกภัยบริเวณลุ่มน้ำโขงตอนบน กรมโยธาธการและผังเมืองจึงได้วางและจัดทำแผนผังนโยบาย โครงการและมาตรการบรรเทาอุทกภัย เพื่อให้หน่วยงานทุกระดับของกระทรวงมหาดไทย มีแผนผังเป็นเครื่องมือในการจัดระเบียบการตั้งถิ่นฐาน การประกอบกิจการ และการก่อสร้างอาคารให้มีความเหมาะสมสามารถบรรเทาอุทกภัยอย่างยั่งยืน
      
       รวมทั้งกำหนดการใช้ประโยชน์ที่ดิน กำหนดแหล่งประกอบกิจการให้สัมพันธ์กับทรัพยากรในลุ่มน้ำ และจังหวัดใช้เป็นกรอบให้ท้องถิ่นจัดทำแผนงานโครงการป้องกันและบรรเทา อุทกภัยเพื่อให้ผลการวางและจัดทำแผนผังนโยบายเป็นไปด้วยความเหมาะสมจึงได้ กำหนดให้มีการประชุมเพื่อรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากประชาชนและหน่วย งานที่เกี่ยวข้อง 2 ครั้ง
      
       โดย ในครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อแนะนำโครงการ และชี้แจงรายละเอียดแนวทางการดำเนินโครงการ แก่ประชาชน แบะหน่วยงานที่เกี่ยวข้องภายในพื้นที่โครงการ เพื่อรับฟังสภาพปัญหา รวมถึงแนวทางการแก้ไชปัญหาภายในพื้นที่โครงการ เพื่อรวบรวมข้อคิดเห็น ข้อเสนอแนะ และข้อมูลที่เกี่ยวข้องเพื่อนำไปสรุปวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อจัดทำรายงานการ ศึกษาให้มีความสมบูรณ์ยิ่งขึ้น

หญิงอุดรฯ เชื้อจีนสร้างไหยักษ์บ้านเชียงปลูกจิตสำนึกซื่อสัตย์-รู้จักแบ่งปัน

อุดรธานี-หญิงวัย 56 เชื้อสายจีนเจ้าของร้านอุปกรณ์ทำชิงช้าม้าหมุน
สร้างไหบ้านเชียงยักษ์ ริมถนนบายพาส เพื่อเป็นเอกลักษณ์ของเมืองอุดรฯ
และปลูกฝังจิตสำนึกให้กับลูกน้องให้รู้จักซื่อสัตย์ต่อลูกค้าและรู้จักการ
แบ่งปันคนอื่นด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดอุดรธานีว่า ที่บริเวณสี่แยกบายพาส
อุดร-ขอนแก่น ต.บ้านจั่น อ.เมืองอุดรธานีั มีไหยักษ์ สูงเท่าตึก 5 ชั้น
ที่สร้างขึ้นมา เป็นที่สนใจของผู้คนที่สัญจรผ่านไปมา
และนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาในอุดรธานี ได้แวะเวียนเข้าไปดู
และสอบถามในการสร้างไหดังกล่าว

น.ส.สมพร อึงคณะองอาจ อายุ 56 ปี
เจ้าของร้านอึ้งไล้เฮงโชคดีตราชั่ง เลขที่ 223 บ้านหนองขอนกว้าง
ต.บ้านจั่น ได้เปิดเผยว่า หลังจากตนได้สร้างหลักกิโลเมตรยักษ์ สูง 15
เมตร เท่ากับตึก 4 ชั้น ที่ถนนอุดร-หนองคาย บ้านนาดี อ.เพ็ญ จ.อุดรธานี
ใช้งบประมาณสร้างไป 1 ล้านกว่าบาท ซึ่งเป็นข่าวออกไปเมื่อ 4 ปีที่แล้ว
ในตอนนั้นก็ได้ทำกิจการเกี่ยวกับเหล็กทำชิงช้า ม้าหมุน
และจำหน่ายวัสดุก่อสร้าง จากนั้นก็ขยายกิจการมาย้ายมาอยู่ที่นี้
ในพื้นที่จำนวน 20 ไร่
ส่วนพื้นที่กิจกรรมเดิมก็ให้ชาวต่างชาติเช่าและเปิดโรงงานเย็บผ้า

น.ส.สมพร กล่าวว่า
ที่สร้างไหยักษ์ขึ้นเพื่อต้องการให้คนอื่นได้รู้จักว่า จ.อุดรธานี
มีเอกลักษณ์คือไหบ้านเชียง ซึ่งเป็นแหล่งมรดกโลก ในประเทศไทย
โดยได้ตั้งงบสร้างไว้จำนวน 5 ล้านบาท
และได้ดำเนินการก่อสร้างตั้งแต่ปลายปี 2550
และภายในปีนี้จะสร้างแล้วเสร็จ จุดเน้นของไหยักษ์ จะสูง 18 เมตร
หรือเท่ากับตึก 5 ชั้น

สำหรับไหยักษ์ใบนี้ รศ.ดร.ธนิต ธงทอง รองอธิการบดี
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ทำการแบบสร้างก่อขึ้นมาให้
โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายแต่อย่างใด
เพื่อต้องการนำความรู้มาสร้างประโยชน์ให้แก่สังคม
ส่วนด้านในนั้นสามารถเข้าไปดูได้ และทางเข้าจะมีหน้าต่างหรือช่องรับแสง
ทำด้วยแผ่นโพลีเมอร์สีส้ม มีน้ำหนักเบา และทำให้กลมกลืนไปด้วยกับตัวไห

สำหรับ น.ส.สมพร อึงคณะองอาจ เป็นคนไทยเชื้อสายจีน
ครอบครัวได้เดินทางมาอยู่ที่ จ.อุดรธานี เมื่อปี 2518
และได้เริ่มทำธุรกิจค้าของเก่า 17 ปี
จากนั้นก็มาทำธุรกิจจำหน่วยวัสดุก่อสร้างและทำชิงช้า ม้าหมุน
จนมาถูกปัจจุบันนี้

น.ส.สมพร กล่าวอีกว่า ที่ตนเองประสพความสำเร็จในทุกวันนี้
ก็เพราะยึดหลักความซื่อสัตย์ของตนเองและซื่อสัตย์ลูกค้ามาตลอด
และได้ปลุกฝังลูกน้องในเรื่องความซื่อสัตย์อยู่ตลอดเวลา
ในหลักการบริหารงานนั้นจะใช้พระคุณมากกว่าพระเดช
และต้องปฏิบัติตัวในการทำความดี และอยู่ในเป็นความจริง
นอกจากนี้ต้องรู้จักแบ่งปันให้กับอื่นด้วย
ซึ่งสิ่งเหล่านี้ที่ตนกระทำให้ลูกน้องได้เห็นว่าเราไม่จำเป็นต้องรวยมาก
ขอให้พออยู่ได้เท่านั้นเอง ชีวิตก็มีความสุข
และต้องรู้จักทำอะไรเพื่อส่วนรวมด้วย และ ลูกน้องทุกคนที่อยู่กับตนนั้น
ได้นำแบบอย่างที่ตนปฏิบัติอยู่นำไปปรับใช้ในครอบครัวของตนเองอยู่อย่างมี
ความสุข


http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9520000053597

วันพุธที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

เตือนแรงงานอุดรฯ ถูกหลอกทำงานแคนาดา

อุดรธานี -
จัดหางานแจ้งเตือนนักขุดทองไม่มีงานให้ทำที่ประเทศแคนาดา
ระวังถูกหลอกตุ๋นเงิน อ้างมีงานเก็บผลไม้รายได้งามล่อ ด้านตำรวจอุดรฯ
ตั้งพนักงานสอบสวนคดีหลอกขายแรงต่างประเทศเป็นการเฉพาะเพราะสถิติแรงงานถูก
หลอกมีสูง

นางวนิดา จารีย์ รักษาการแรงงานจังหวัดอุดรธานี เปิดเผยว่า
ได้ประกาศเตือนไม่มีงานในประเทศแคนาดา ติดต่อกันมากว่า 2 ปีแล้ว
โดยป้ายประกาศเตือนยังคงติด อยู่บริเวณประตูกระจกทางเข้าสำนักงาน
ข้อความว่า "งานแคนาดายังไม่อนุญาตให้บริษัทใดรับสมัครและจัดส่ง"
หลังจากที่มีคนหางานมาสอบถาม ว่ามีตำแหน่งงานที่แคนาดาหรือไม่
และหากจะเดินทางไปทำอย่างไร ซึ่งเราก็ได้ชี้แจงข้อเท็จจริงให้ทราบ
โดยไม่เคยมีคนหางาน มาร้องทุกข์หรือร้องเรียน
ว่าถูกหลอกไปทำงานที่แคนาดาแต่อย่างใด

"จัดหางานจังหวัด 2 ท่านที่ผ่านมา ได้จัดทำเอกสารข่าว
เตือนเรื่องแรงงานแคนาดามาตลอด ขณะนี้ยังไม่มีบริษัทจัดหางานใน
จ.อุดรธานี จัดส่งคนงานไปทำงานที่แคนาดา
และยังไม่มีคนหางานมาแจ้งการเดินทางไปทำงานที่แคนนาดาด้วยตนเอง หรือ
จง.12 ตัวเลขจำนวนคนหางาน 2,000 คน น่าจะเป็นการเดินทางไปแจ้งในส่วนกลาง"

พ.ต.อ.ชวิศ ศรีจันทร์ ผกก.สภ.เมืองอุดรธานี เปิดเผยว่า จ.อุดรธานี
มีคดีหลอกลวงแรงงานมาก มีทั้งบริษัทจัดหางานที่ถูกกฎหมาย
บริษัทไม่ถูกต้องตามกฎหมาย และสายเถื่อน ทำให้มีการแต่งตั้งพนักงานสอบสวน
ที่มีความชำนาญมาดูแลโดยเฉพาะ

ล่าสุดเป็นการหลอกลวงไปเก็บผลไม้ป่าที่ประเทศสเปน สวีเดน
และสหรัฐอเมริกา
แต่ยังไม่มีการแจ้งความร้องทุกข์การหลอกลวงแรงงานไปแคนาดา
หรือแม้กระทั่งมาปรึกษาก็ไม่มี

พ.ต.อ.ชวิศ กล่าวอีกว่า จากการเฝ้าระวังสืบสวนหาข่าว
จากคนหางานที่มาพบตำรวจ ติดต่อมาในช่วงปีเศษที่ผ่านมา พบว่ามีบริษัทฯ
และนายหน้า รับสมัครรวบรวมคนงาน อ้างจะจัดส่งไปทำงานเกษตรที่แคนาดาจริง
ระบุชื่อในการสืบสวน 4 ราย มีการเรียกเก็บค่าหัว และค่าใช้จ่ายไปบ้างแล้ว
แต่ยังไม่มีการจัดส่งไป แต่คนที่ไปสมัครไม่มาแจ้งความ
เพราะมีความหวังว่าจะได้ไปอยู่ หากมาแจ้งความจะไม่ได้ไป และไม่ได้เงินคืน

ผู้ สื่อข่าวรายงานด้วยว่า การเดินทางไปทำงานเกษตร
เริ่มจากการเดินทางไปเอง กลับมาก็ชวนญาติ และเพื่อนตามไป
เป็นลักษณะการการแจ้งเดินทางไปเอง โดยมีหนังสือรับรองนายจ้างมา
ต่อมาก็มีนายหน้ามาเก็บค่าหัว เริ่มจากไม่กี่บาทจนสูงถึง 300,000 บาท
ทำให้คนงานเดินทางไปขาดทุน ต้องลักลอบอยู่ทำงานต่อ จนได้รับคำแนะนำจาก
"ชาวลาวอพยพ" ให้แจ้งขอลี้ภัยการเมือง ทำให้แคนาดาเข้มงวดมากขึ้น

จน กระทั่งวันที่ 14 พฤศจิกายน 2551
กรมการจัดหางานได้ออกประกาศรายชื่อองค์กร หรือคณะบุคคล เรื่อง
การสนับสนุนการจัดส่งคนหางาน ไปทำงานในประเทศแคนาดา
ที่สามารถรับรองสมาชิกเพื่อดำเนินการรวบรวมคนหางาน
เพื่อเดินทางไปทำงานในแคนาดา โดยแบ่งบริษัทจัดส่งออกเป็น 3 กลุ่ม รวม 16
บริษัท ทำให้มีการเปิดรับสมัครคนหางาน ทั้งที่มีรายชื่อบริษัทฯ รับสิทธิ
และไม่มีชื่อได้รับสิทธิตามประกาศ

วันศุกร์ที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

นครอุดรฯ แจกเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ ขึ้นทะเบียนรอรับแล้วกว่า 7 พันคน

อุดรธานี - เทศบาลนครอุดรธานี แจกเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ เผย
ในเขตเทศบาลนครมีผู้สูงอายุร่วม 13,000 คน ขึ้นทะเบียนรอบแรกแล้ว 7,234
คน คาดยังตกหล่นไม่ได้ขึ้นทะเบียนอีกกว่า 1,000 คน

วันนี้ (5 พ.ค.) ที่ศูนย์กีฬาเยาวชน โรงเรียนเทศบาล 6
ไลอ้อนส์อุทิศ กองสวัสดิการและสังคม เทศบาลนครอุดรธานี
ได้ทำการจ่ายเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุให้กับผู้สูงอายุที่มีอายุเกินกว่า 60
ปี ที่ได้ขึ้นทะเบียนไว้กับทางกองสวัสดิการและสังคมเทศบาลนครอุดรธานีรอบแรก
ตามนโยบายของรัฐบาล

สำหรับการจ่ายเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุของเทศบาลนครอุดรธานีนี้
เป็นส่วนของผู้สูงอายุที่อาศัยอยู่ในเขตเทศบาลนครอุดรธานี
ที่ขึ้นทะเบียนรอบแรกเอาไว้ทั้งสิ้นจำนวน 7,234 คน
แยกเป็นผู้ที่ขอรับเงินสดด้วยตนเองจำนวน 5,995 คน
และเป็นผู้ที่ขอให้โอนเข้าบัญชีจำนวน 1,239 คน

เทศบาลนครอุดรธานีมีผู้สูงอายุประมาณ 13,000 คนเศษ
มีผู้ไปขึ้นทะเบียนรอบแรกจำนวน 7,234 คน
ซึ่งคาดว่าจะมีผู้ที่ยังตกหล่นไม่ได้ขึ้นทะเบียนในรอบแรกนี้ประมาณ 1,000
คนเศษ นอกจากนั้นก็เป็นผู้ที่ได้รับผลประโยชน์อย่างอื่นจากทางราชการ

นอกจากนี้แล้ว
ในการจ่ายเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุของเทศบาลนครอุดรในครั้งนี้
ได้เกิดปัญหาเกิดขึ้นบ้างคือ
มีประชาชนเข้าใจว่าทางรัฐบาลจะจ่ายเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุครั้งเดียว 3
เดือน ซึ่งทำให้เจ้าหน้าที่กองสวัสดิการและสังคม ต้องช่วยกันชี้แจงว่า
ในครั้งนี้จะทำการจ่ายให้ 2 เดือนๆละ 500 บาท คือ เดือนเมษายน และ
พฤษภาคม รวมเป็น 1,000 บาท และในเดือนมิถุนายน จะต้องมารับอีก 1 เดือน
และอีกปัญหาหนึ่ง ก็คือ ความกังวลของฝ่ายท้องถิ่น ว่า
ตามที่รัฐบาลประกาศนโยบายว่า จะจ่ายเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ 6 เดือน

แต่ ในรอบแรกนี้จ่าย 3 เดือน คือ เมษายน, พฤษภาคม, มิถุนายน
ส่วนอีก 3 เดือนต่อจากนั้นก็ยังไม่เห็นแนวทางการปฏิบัติออกมา
ทำให้ท้องถิ่นกังวล ว่า หลังจากนั้น ก็จะทิ้งภาระให้กับท้องถิ่นรับผิดชอบ

ที่มา http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9520000050231