หลายรายเผลอเปิบเห็ดพิษน้ำลายฟูมปากต้องหามส่งโรงหมอช่วยชีวิต
ล่าสุดชาวอุดรฯ 9 รายโชคร้ายเก็บเห็ดพิษทำอาหารค่ำ ตกดึกท้องร่วง
อาเจียนหามส่งโรงพยาบาลล้างท้องเป็นการด่วน
วันนี้ (26 พ.ค.)
ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่ามีผู้ป่วยบริโภคเห็ดพิษนอนรักษาตัวที่โรงพยาบาล
อุดรธานี จึงได้เดินทางไปที่โรงพยาบาล พบผู้ป่วยจำนวน 9
รายเข้ารักษาเนื่องจากกินเห็ดพิษ มีอาการอาเจียนและท้องเสียอย่างรุนแรง
ซึ่งแพทย์ได้ทำการรักษา ขณะนี้อาการปลอดภัยแล้ว
นพ.โกวิท ภัทนสุกาจญกุล กล่าวต่อว่า ขณะนี้ทุกคนมีอาการคงที่แล้ว
แต่ต้องให้พักฟื้นและให้ระบบร่างกายทำงานอย่างปกติเต็มที่
ก่อนให้ไปพักรักษาตัวที่บ้าน ซึ่งสามารถกินอาหารได้แล้วแต่ยังคงต้องดูแล
และให้น้ำเกลือแร่เสริมอยู่ พร้อมทั้งให้ดื่มน้ำมากๆ
เพื่อถ่ายเอาพิษต่างๆ ออกให้หมด เนื่องจากเห็ดดังกล่าวมีพิษทำลายระบบตับ
ทำให้ตับอักเสบ ระบบทางเดินอาหาร และมีผลต่อสมอง
และขอเตือนประชาชนอย่ากินเห็ดที่ขึ้น อยู่ตามป่าเขา
เพราะส่วนใหญ่มีพิษกินไม่ได้
ผู้ป่วยทั้งหมดมีเพียง นางระไว ล่ำสัน อายุ 31 ปี
อาการยังไม่ดีขึ้น ส่วนที่เหลืออาการเริ่มดีขึ้นเป็นระยะ
คาดว่าเย็นวันนี้คงกลับบ้านได้เกือบทั้งหมด
และขอเตือนในระยะนี้มีฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่อง
ทำให้เห็ดหลายชนิดผุดขึ้นมาจากดิน จำนวนนี้มีหลายชนิดที่ดูไม่ออกว่ามีพิษ
ดังนั้นหากไม่รู้จักก็ควรหลีกเลี่ยง ไม่นำมาประกอบอาหาร
เพราะอาจเป็นอันตรายถึงชีวิต
นายอ่าน สมวงษ์ อายุ 61 ปี กล่าวว่า เย็นวันที่ 25 พ.ค.ที่ผ่านมา
ตนได้ไปหาเห็ดเพื่อจะนำมาประกอบอาหารรับประทานกัน
และได้เก็บเห็ดมาหลายชนิด โดยได้นำเห็ดไปหนึ่งรับประทานกับน้ำพริก
กระทั่งเวลาประมาณ 20.30 น. ภรรยาและลูกเกิดอาการท้องเสีย คลื่นไส้
น้ำลายเหนียว และอาเจียนออกมา ตนจึงได้นำมาส่งที่โรงพยาบาล
ในขณะที่นั่งรอนั้นตนก็มีอาการเช่นเดียวกัน
จึงได้นอนรักษาตัวที่โรงพยาบาลเช่นเดียวกัน
สำหรับรายชื่อทั้ง 9 คน ประกอบด้วย นางระไว ล่ำสัน อายุ 31 ปี,
นางสมาน ล่ำสัน อายุ 56 ปี, นางหนูจันทร์ สีหานาวี อายุ 48 ปี,
นางรุ่งฟ้า สีหานาวี อายุ 39 ปี , นางแสวง คงนารา อายุ 50 ปี,
นายจีระศักดิ์ สนสายสิงห์ อายุ 22 ปี, นายอ่าน สมวงษ์ อายุ 61 ปี,
นายสุริยันต์ สีแสง อายุ 16 ปี และนายสุนทร สีแสง อายุ 60 ปี
ทั้งหมดเป็นราษฎร ตำบลเชียงยืน อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี
นพ.สัญชัย ปิยะพงษ์กุล นายแพทย์สาธารณสุขกล่าวว่า
มีข้อแนะนำในการบริโภคเห็ด คือ ก่อนรับประทาน
ควรนำเห็ดมาล้างผ่านน้ำหลายๆ ครั้งให้สะอาด การต้มเห็ดก่อนปรุง
แล้วเทน้ำทิ้ง ช่วยเจือจางพิษได้
ถ้าล้างน้ำสะอาดอีกครั้งหลังการต้มจะเจือจางพิษได้มากขึ้น
โดยเฉพาะเห็ดผึ้งปรุงให้สุกต้มให้นานมากกว่า 10 นาที จะปลอดภัยมากขึ้น
การย่าง ผัด เสี่ยงมากกว่าการต้มหรือแกง
เนื่องจากผ่านความร้อนในเวลาสั้นๆ และพิษไม่ถูกเจือจางด้วยน้ำ
นพ.สัญชัย กล่าวเพิ่มเติมว่า
ส่วนใหญ่มักพบผู้ป่วยอาหารเป็นพิษจากการบริโภคเห็ด ช่วงเดือน
พฤษภาคม-กรกฎาคมของทุกปี เนื่องจากมีเห็ดออกจำนวนมาก
ฉะนั้นควรเพิ่มความระมัดระวัง แม้จะเคยเก็บเห็ดดังกล่าวรับประทานทุกปี
ควรสังเกตสีครีม กระเปาะเห็ดทุกครั้ง ว่ามีความเปลี่ยนแปลงหรือไม่
สปอร์เห็ดในแต่ละปีอาจแตกต่าง และเป็นพิษได้
เห็ดที่พิษรุนแรง การต้ม ย่าง หรือผัด ไม่สามารถทำลายพิษได้
เพราะเป็นทอกซินที่ทนต่อความร้อน การเกิดพิษขึ้นกับปริมาณที่รับประทาน
สถิติผู้ป่วยปี 2549 พบ 133 ราย ปี 2550 พบ 92 ราย ปี 2551 พบ 180
ราย และปี 2552 จากต้นปีถึงปัจจุบัน พบผู้ป่วยแล้ว 48 ราย
จึงขอเตือนประชาชนระมัดระวังในการเลือกรับประทานเห็ด
และปฏิบัติตามคำแนะนำเพื่อความปลอดภัย
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น