วันพฤหัสบดีที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2552

อุดรฯติวเข้มสร้างเครือข่ายธุรกิจยางครบวงจร หลังสร้างรายได้ให้ชาวสวนเฉียดพันล้านบ.

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 24 มิถุนายน 2552 16:03 น.
อุดรธานี-จังหวัด อุดรฯเตรียมตั้งเครือข่าย ธุรกิจยางพาราครบวงจร
มุ่งพัฒนาอาชีพปลูกยางพาราให้เกษตรกรที่ปลูกแล้วเฉียด 3 แสนไร่
ให้ผลผลิตน้ำยางที่กรีดได้แล้วกว่า 1.7 หมื่นตันสร้างรายได้ปีละเกือบ
1,000 ล้านบาท คาดปีถัดไปจะสร้างรายได้ให้เกษตรกรเพิ่มมากขึ้นแม้ราคายาง
ในตลาดจะตกต่ำตามภาวะเศรษฐกิจโลก

วันนี้( 24 มิ.ย.) ณ ห้องฟ้าหลวง โรงแรมนภาลัย อ.เมือง จ.อุดรธานี
นาย อำนาจ ผการัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี เป็นประธานเปิดการประชุม
เชิงปฏิบัติ การเชื่อมโยงเครือข่ายเกษตรกรสถาบันเกษตรกรด้านยางพาราครบวงจร
จังหวัดอุดรธานี

นายปัณณวิชญ์ วงศ์สุวัฒน์
ผู้อำนวยการโครงการจัดตั้งศูนย์เครือข่ายถ่ายทอดเทคโนโลยีด้านยางพาราครบ
วงจร กล่าวว่า จากข้อมูลของสถาบันวิจัยยาง กรมวิชาการเกษตร
จังหวัดอุดรธานีมีพื้นที่ปลูกยางพาราแล้วประมาณ 295,000 ไร่
มีพื้นที่สวนยางกรีดได้ในปี 2552 ประมาณ 59,845 ไร่ หรือราวร้อยละ 20.28
ของพื้นที่ปลูกยางพารา ทั้งหมด คาดว่าจะให้ผลผลิตประมาณ 17,295 ตัน
ผลผลิตเฉลี่ยประมาณ 289 กก./ไร่/ปี ณ ระดับราคา 50 บาท/กก.
จะสร้างรายได้เข้าจังหวัดอุดรธานีจำนวนมาก

ในปีงบประมาณ 2552
องค์การสวนยางได้รับมอบหมายจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ให้ดำเนินงาน
ตามโครงการจัดตั้งศูนย์เครือข่ายถ่ายทอดเทคโนโลยีด้านยางพาราครบวงจร
โดยจัดประชุมเชิงปฏิบัติการเชื่อมโยงเครือข่ายเกษตรกร
สถาบันเกษตรกรด้านยางพาราครบวงจร ในทุกจังหวัดที่มีการปลูกยางพารา รวม 60
จังหวัด เป้าหมายเกษตรกร จำนวน 20,000 คน และสร้างเครือข่ายระดับจังหวัด
60 จังหวัด

ทั้งนี้ มีเป้าหมายเพื่อแลกเปลี่ยนความรู้ ประสบการณ์
ระหว่างหน่วยงานภาครัฐด้านยางพารา สถาบันเกษตรกร และเกษตรกรชาวสวนยาง
เพื่อสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐด้านยางพารากับเกษตรกร
สวนยาง สถาบันเกษตรกรด้านยางพารา ในการพัฒนาด้านยางพารา
และสร้างเครือข่ายธุรกิจยางพาราครบวงจร เพื่อส่งเสริมสนับสนุน
พัฒนาผู้นำเครือข่ายให้สามารถเชื่อมโยงเครือข่ายการพัฒนาเกษตรกร
และการสร้างธุรกิจด้านยางพาราร่วมกัน

การจัดประชุมเชิงปฏิบัติการในครั้งนี้ ได้แบ่งเป็น 2 ช่วง คือ
ในช่วงเช้า เป็นการอภิปรายกลุ่ม ประเด็นการพัฒนาเกษตรกร
และการสร้างเครือข่ายธุรกิจยางพาราครบวงจร ใน ช่วงบ่าย
เป็นการสรุปผลการอภิปรายการกำหนดแนวทางการจัดตั้งเครือข่ายยางพาราจังหวัด
อุดรธานี และการเลือกตั้งคณะกรรมการเครือข่ายฯ

สำหรับการประชุมเชิงปฏิบัติการในครั้งนี้
เป็นการจัดการประชุมครั้งที่ 8 ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
และเป็นการประชุมครั้งที่ 29 ของโครงการฯ
ซึ่งมีผู้เข้าร่วมประชุมประกอบด้วย เกษตรกร ผู้แทนสถาบันเกษตรกร
เจ้าหน้าที่ส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง และผู้สนใจจำนวน 500 คน

ด้านนาย อำนาจ ผการัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี กล่าวว่า
ปัจจุบันยางพาราถือเป็นพืชเศรษฐกิจที่มีความสำคัญต่อชีวิตความเป็นอยู่ของ
พี่น้องเกษตรกรมากกว่า 6 ล้านคน ในปี 2551
ที่ผ่านมายางพาราทำรายได้เข้าประเทศมากกว่า 3 แสนล้านบาท ช่วงต้นปี 2551
การซื้อขายยางเป็นไปอย่างคึกคัก
ราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นผลักดันให้ราคายางสูงขึ้น
ทำให้ราคายางแผ่นรมควันชั้น 3 FOB กรุงเทพฯ
และยางแผ่นดิบที่ตลาดกลางหาดใหญ่เฉลี่ยสูงสุดในเดือนกรกฎาคม 2551
กิโลกรัมละ 107.77 บาท และ 100.97 บาท ตามลำดับ

หลังจากนั้นภาวะเศรษฐกิจโลกชะลอตัว
เกิดปัญหาวิกฤติการเงินของสหรัฐที่ลุกลาม ไปยังยุโรปหลายประเทศ จีน
ญี่ปุ่น ราคาน้ำมันลดลงเหลือ 33.87 เหรียญสหรัฐต่อบาเรล

ต่อมาในราวเดือนธันวาคม 2551 อุตสาหกรรมรถยนต์ถูกผลกระทบลดการผลิต
ส่งผลให้ปริมาณการซื้อยางพาราลดลง
ทำให้ราคายางลดลงจากที่พี่น้องเกษตรกรเคยขายน้ำยางได้กิโลกรัมละ 100 บาท
เหลือ 4 กิโลกรัม 100 บาท ในช่วงเดือนธันวาคม 2551 ที่ผ่านมา
และปัจจุบันราคายางได้ขยับตัวสูงขึ้นจากเดือนธันวาคม 2551
โดยราคายางแผ่นดิบอยู่ที่กิโลกรัมละ 50 - 55 บาท พี่น้องเกษตรกร
คงมีความพอใจในระดับหนึ่ง สำหรับภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน

จากข้อมูล ของสถาบันวิจัยยาง กรมวิชาการเกษตร ระบุว่า
จังหวัดอุดรธานี มีพื้นที่ปลูกยางพารา 295,000 ไร่
ในปีนี้คาดว่ามีสวนยางกรีดได้ 59,845 ไร่ ให้ผลผลิตประมาณ 17,295 ตัน
จะนำรายได้เข้าจังหวัดมากกว่า 865 ล้านบาท และในปีต่อๆ
ไปผลผลิตจะเพิ่มขึ้น รายได้เพิ่มขึ้น

อย่างไรก็ตาม พี่น้องเกษตรกรต้องยึดถือตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง
ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
เพื่อใช้เป็นแนวทางปฏิบัติในการประกอบอาชีพและดำรงชีวิตอย่างมีความสุข

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น