โดย ASTVผู้จัดการรายวัน 25 มิถุนายน 2552 19:05 น.
อุดรธานี - จังหวัดอุดรธานีเตรียมตั้งเครือข่าย
ธุรกิจยางพาราครบวงจร
มุ่งพัฒนาอาชีพปลูกยางพาราให้เกษตรกรที่ปลูกแล้วเฉียด 3 แสนไร่
ให้ผลผลิตน้ำยางที่กรีดได้แล้วกว่า 1.7 หมื่นตันสร้างรายได้ปีละเกือบ
1,000 ล้านบาท คาดปีถัดไปจะสร้างรายได้ให้เกษตรกรเพิ่มมากขึ้นแม้ราคายาง
ในตลาดจะตกต่ำตามภาวะเศรษฐกิจโลก
เมื่อเร็วๆ นี้ที่ห้องฟ้าหลวง โรงแรมนภาลัย อ.เมือง จ.อุดรธานี
นายอำนาจ ผการัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี เป็นประธานเปิดการประชุม
เชิงปฏิบัติการเชื่อมโยงเครือข่ายเกษตรกรสถาบันเกษตรกรด้านยางพาราครบวงจร
จังหวัดอุดรธานี
นายปัณณวิชญ์ วงศ์สุวัฒน์
ผู้อำนวยการโครงการจัดตั้งศูนย์เครือข่ายถ่ายทอดเทคโนโลยีด้านยางพาราครบ
วงจร กล่าวว่า จากข้อมูลของสถาบันวิจัยยาง กรมวิชาการเกษตร
จังหวัดอุดรธานีมีพื้นที่ปลูกยางพาราแล้วประมาณ 295,000 ไร่
มีพื้นที่สวนยางกรีดได้ในปี 2552 ประมาณ 59,845 ไร่ หรือราวร้อยละ 20.28
ของพื้นที่ปลูกยางพารา ทั้งหมด คาดว่าจะให้ผลผลิตประมาณ 17,295 ตัน
ผลผลิตเฉลี่ยประมาณ 289 กก./ไร่/ปี ณ ระดับราคา 50 บาท/กก.
จะสร้างรายได้เข้าจังหวัดอุดรธานีจำนวนมาก
ในปีงบประมาณ 2552
องค์การสวนยางได้รับมอบหมายจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ให้ดำเนินงานตามโครงการ
จัดตั้งศูนย์เครือข่ายถ่ายทอดเทคโนโลยีด้านยางพาราครบวงจร
โดยจัดประชุมเชิงปฏิบัติการเชื่อมโยงเครือข่ายเกษตรกร
สถาบันเกษตรกรด้านยางพาราครบวงจร ในทุกจังหวัดที่มีการปลูกยางพารา รวม 60
จังหวัด เป้าหมายเกษตรกร จำนวน 20,000 คน และสร้างเครือข่ายระดับจังหวัด
60 จังหวัด
ทั้งนี้ มีเป้าหมาย เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้ ประสบการณ์
ระหว่างหน่วยงานภาครัฐด้านยางพารา สถาบันเกษตรกร และเกษตรกรชาวสวนยาง
เพื่อสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐด้านยางพารา
กับเกษตรกรสวนยาง สถาบันเกษตรกรด้านยางพารา ในการพัฒนาด้านยางพารา
และสร้างเครือข่ายธุรกิจยางพาราครบวงจร เพื่อส่งเสริม สนับสนุน
พัฒนาผู้นำเครือข่าย
ให้สามารถเชื่อมโยงเครือข่ายการพัฒนาเกษตรกรและการสร้างธุรกิจด้านยางพารา
ร่วมกัน
โดย การจัดประชุมเชิงปฏิบัติการในครั้งนี้ ได้แบ่งเป็น 2 ช่วง คือ
ในช่วงเช้า เป็นการอภิปรายกลุ่ม ประเด็นการพัฒนาเกษตรกร
และการสร้างเครือข่ายธุรกิจยางพาราครบวงจร ใน ช่วงบ่าย
เป็นการสรุปผลการอภิปรายการกำหนด
แนวทางการจัดตั้งเครือข่ายยางพาราจังหวัดอุดรธานี
และการเลือกตั้งคณะกรรมการเครือข่ายฯ
สำหรับการประชุมเชิงปฏิบัติการในครั้งนี้
เป็นการจัดการประชุมครั้งที่ 8 ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
และเป็นการประชุมครั้งที่ 29 ของโครงการฯ
ซึ่งมีผู้เข้าร่วมประชุมประกอบด้วย เกษตรกร ผู้แทนสถาบันเกษตรกร
เจ้าหน้าที่ส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง และผู้สนใจจำนวน 500 คน
ด้านนายอำนาจ ผการัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี กล่าวว่า
ปัจจุบันยางพาราถือเป็นพืชเศรษฐกิจที่มีความสำคัญต่อชีวิตความเป็นอยู่ของ
พี่น้องเกษตรกรมากกว่า 6 ล้านคน ในปี 2551
ที่ผ่านมายางพาราทำรายได้เข้าประเทศมากกว่า 3 แสนล้านบาท ช่วงต้นปี 2551
การซื้อขายยางเป็นไปอย่างคึกคัก
ราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นผลักดันให้ราคายางสูงขึ้น
ทำให้ราคายางแผ่นรมควันชั้น 3 FOB กรุงเทพฯ
และยางแผ่นดิบที่ตลาดกลางหาดใหญ่เฉลี่ยสูงสุดในเดือนกรกฎาคม 2551
กิโลกรัมละ 107.77 บาท และ 100.97 บาท ตามลำดับ
แต่ หลังจากนั้นภาวะเศรษฐกิจโลกชะลอตัว
เกิดปัญหาวิกฤตการเงินของสหรัฐฯที่ลุกลาม ไปยังยุโรปหลายประเทศ จีน
ญี่ปุ่น ราคาน้ำมันลดลงเหลือ 33.87 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล
ต่อมาในราวเดือนธันวาคม 2551 อุตสาหกรรมรถยนต์ถูกผลกระทบลดการผลิต
ส่งผลให้ปริมาณการซื้อยางพาราลดลง
ทำให้ราคายางลดลงจากที่พี่น้องเกษตรกรเคยขายน้ำยางได้กิโลกรัมละ 100 บาท
เหลือ 4 กิโลกรัม 100 บาท ในช่วงเดือนธันวาคม 2551 ที่ผ่านมา
และปัจจุบันราคายางได้ขยับตัวสูงขึ้นจากเดือนธันวาคม 2551
โดยราคายางแผ่นดิบอยู่ที่กิโลกรัมละ 50 - 55 บาท พี่น้องเกษตรกร
คงมีความพอใจในระดับหนึ่ง สำหรับภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน
จากข้อมูลของสถาบันวิจัยยาง กรมวิชาการเกษตร จังหวัดอุดรธานี
มีพื้นที่ปลูกยางพารา 295,000 ไร่ ในปีนี้คาดว่ามีสวนยางกรีดได้ 59,845
ไร่ ให้ผลผลิตประมาณ 17,295 ตัน จะนำรายได้เข้าจังหวัดมากกว่า 865
ล้านบาท และในปีต่อๆ ไปผลผลิตจะเพิ่มขึ้น รายได้เพิ่มขึ้น
แต่ อย่างไรก็ตามพี่น้องเกษตรกรต้องยึดถือตามหลักเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาท
สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
เพื่อใช้เป็นแนวทางปฏิบัติในการประกอบอาชีพและดำรงชีวิตอย่างมีความสุข
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น